เรื่อง ทาคายะ คางามิ
ภาพ ซาโอริ โทโยตะ
แปล kaya i
เบต้า เช็คคำญี่ปุ่น sakuranbo
(แปลจาก Toriaezu Densetsu no Yuusha no Densetsu เล่ม 6

 

ตำนานอันด่างพร้อยของผู้กล้าในตำนาน

หนังสือต้องห้าม

 

 

ต้องสาป

ต้องสาป

ต้องสาป

ของสิ่งนั้นต้องคำสาป

มีหนังสือเล่มหนึ่งถูกวางทิ้งไว้ในห้องอันมืดสลัว

บรรยากาศแห่งลางร้ายพวงพุ่งออกมาจากหนังสือเล่มนั้น

ขนาดโลกยังดูเหมือนหยุดหมุน ผุพังและเสื่อมสลายลงโดยมีหนังสือนี่เป็นศูนย์กลาง 

ใช่แล้ว

มองยังไงหนังสือนี่ก็ต้องสาป

พลังของคำสาปนั้นมหาศาล เพียงแค่สัมผัส มันจะกลืนกินและล่วงล้ำวิญญาณของมนุษย์ ทำลายเจตจำนงของผู้คน ชีวิต และทุกสิ่งอันเป็นที่รัก

คำสาปแบบนั้นถูกร่ายใส่หนังสือนี่

ไม่สิ เรียกมันด้วยคำว่าคำสาปจะเหมาะสมหรือเปล่า ยังไม่รู้เลย 

คำสาปนี้ ไม่ได้อยู่ในระดับพื้นๆ อย่างคำสาปหรือเวทมนตร์

ต่อให้รวบรวมนักวิจัยเวททั่วทั้งจักรวรรดิโรแลนด์มา ก็ไม่อาจจะต่อกรกับคำสาปนี่ได้ จะทำลายยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ของแบบนี้จะเรียกว่าคำสาป ยังน้อยไป

หายนะชัด ๆ 

โรแลนด์ไม่มีความเชื่อเรื่องพระเจ้าหรือศาสนา แต่ถึงกระนั้นก็ยังเหมาะที่จะคิดว่ามัน

เป็นหนังสือที่ถูกเขียนขึ้นโดยพระเจ้า...... หรือยิ่งกว่านั้น โดยปีศาจ

ถ้าอ่าน ถึงตาย

ทั้งที่รู้

แต่เขาต้องอ่าน 

"……….."

กษัตริย์แห่งโรแลนด์ ชิออน อัสทาล พยายามควบคุมมือที่กำลังสั่นจากความตึงเครียดอย่างมาก

ผมยาวสีเงิน รูปร่างหน้าตาได้รูป

ดวงตาสีทองที่เฉียบคมและบ่งบอกได้ถึงเจตจำนงอันแรงกล้า บัดนี้กลับมีร่องรอยความหวาดหวั่นปรากฏให้เห็น อาจเป็นเพราะอิทธิพลอันชั่วช้าของคำสาป 

ทว่า เมื่อรอจนมือหยุดสั่น เขาก็เอื้อมไปหาหนังสือแห่งความตายอีกครั้ง

เขาเป็นกษัตริย์แบบนั้น

แม้จะเจ็บปวดหรือยากเข็ญแค่ไหน แม้ตัวเองจะต้องทรมานสักเท่าไหร่ เขาก็จะไม่หยุดก้าวไปข้างหน้า

เขาสัมผัสหนังสือต้องสาป แล้วมองที่ปก

เห็นคำเขียนไว้ว่า 

 

'ตำนานของผู้กล้าแห่งความจริง'

 

"......หา ผู้กล้าแห่งความจริง ? น่าจะเป็นปีศาจมากกว่ามั้ง ?"

ชิออนพูดราวกับอาเจียนมันออกมา

ใช่แล้ว

นี่ล่ะหนังสือของปีศาจ

ถ้าอ่านรับรองว่า......

แต่ชิออนส่ายหัวเพื่อหยุดยั้งความคิดที่จะเกิดขึ้นถัดไป ถ้ามานั่งนับถึงความกังวลของอนาคต เขาคงจะสูญเสียแม้กระทั่งความกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า

"เอ้า เจ้าปีศาจ แกจะแสดงอะไรให้ฉันเห็นล่ะ ?"

ว่าแล้วเขาก็เปิดหนังสือ

 

โดยไม่นำพาว่าการกระทำนั้น

จะนำมาซึ่งผลลัพธ์เช่นไร

 

 

♦♦♦

 

 

'ตำนานของผู้กล้าแห่งความจริง'

 

เรื่องราวเล่าขานถึงจุดกำเนิด และจุดสิ้นสุดของโลก และการเริ่มต้นขึ้นใหม่ของมัน

แสงสว่างและความมืด

ความดีและความชั่ว

เรื่องราวอันไม่มีวันจบสิ้นของการโรมรันระหว่างเหล่าเทพเจ้าและเหล่าปีศาจที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่อดีตกาลไปจนถึงอนาคต

และเรื่องราวก็เริ่มต้นขึ้นในยุคสมัยที่ผู้คนสิ้นหวัง เมื่อสิ่งมีชีวิตแสนวิปลาส สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดย่ำไปในผืนโลก

ใช่แล้ว เรื่องราวได้เริ่มต้นขึ้น ณ จุดสิ้นสุดของโลก

ตำนานของผู้กล้าผู้นี้ เริ่มขึ้นในหมู่บ้านชายแดนของประเทศ

 

 

ผ่านมาสองปีแล้ว นับแต่ที่เมืองหลวงตกอยู่ใต้การปกครองของราชาแห่งความมืด

ความมืดมิดได้กลบฝังโลก

ถึงกระนั้น ผู้คนก็ยังคงหนีกระจัดกระจายไปตามชายแดนของประเทศและหาทางเอาชีวิตรอด......

ในหมู่บ้านที่เหล่าผู้รอดชีวิตจำนวนไม่มากก่อตั้งขึ้นมา มีร้านน้ำชาตั้งอยู่

มันเป็นร้านน้ำชาที่มีแค่พ่อและลูกสาวช่วยกันดูแล แต่เพราะดังโงะของที่นี่ขึ้นชื่อลือชาว่าอร่อย สองพ่อลูกจึงยังพอทำเงินได้อยู่บ้าง

ถึงกระนั้น เงื้อมมืออันชั่วร้ายของความมืดก็คืบคลานมาถึงหมู่บ้านอันสงบสุขเช่นนี้ !!

จู่ ๆ สัตว์ร้ายแห่งความมืดนับร้อยตัว ก็ปรากฏกายขึ้นที่หมู่บ้าน

"คริ คริ คริ คริ ! มาซ่อนตัวกันอยู่ที่นี่เอง เจ้าพวกมนุษย์ ! จะฆ่าให้หมดทุกคนเลย !"

พวกมันตะโกนแล้วเริ่มโจมตี

ลูกสาวร้านน้ำชาที่ไม่รู้เรื่องดังกล่าว ได้เดินออกมาจากร้าน

"แย่จัง แป้งดังโงะหมดซะละ ต้องไปซื้อเพิ่มว๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย !!"

เธอถูกฝูงสัตว์ร้ายจู่โจม

เหล่าสัตว์ร้ายจ้องมองสาวน้อย

"คริ คริ คริ คริ ! ผู้หญิงล่ะ ! เจอเนื้อผู้หญิงแล้วล่ะ !"

พวกมันเริ่มมารวมตัวกันเพราะเสียงตะโกน

แล้วฉีกกระชากเสื้อผ้าของเธอ แม้แต่กระโปรงหรือกกน.ก็ไม่เว้น

"เนื้อดูนุ่มอะไรอย่างนี้ ! หม่ำกันเถอะ มาหม่ำกันเถอะ~!!"

"ม่ายยยยยยยยยยยยยยยย !!"

สาวน้อยกรีดร้อง

เสียงร้องของเธอทำให้ผู้เป็นพ่อรู้สึกตัว และวิ่งออกมาจากร้าน เขาตกตะลึงกับการปรากฏตัวของเหล่าสัตว์ร้าย

"สะ...สัตว์พวกนี้ !?"

แล้วเขาก็เห็นลูกสาวที่ร่างเปล่าเปลือย กำลังโดนสัตว์ร้ายรังแก

"ล่ะ-ไลเนอร์ !!"

"เฮ้ยเดี๋ยว ! ฉันเป็นสาวน้อยเปลืองตัวนี่หรอกเรอะ !?"

แต่เสียงร้องของผู้เป็นพ่อก็มิได้ก่อให้เกิดผลอันใด ไลเนอร์กำลังจะถูกฝูงสัตว์ร้ายรุมกิน !

"ไม่เอาน่า ช่วยเลิกเมินฉันแล้วหยุดเขียนนิยายพิลึก ๆ......"

หมายความว่าไง นิยายพิลึก ๆ !

"เฮ่อ ตอบซะทีนะ... ตกลงคิดจะตอบฉันผ่านทางนิยายงั้นสิ คือ มีเรื่องที่อยากรู้น่ะ คืองี้ ฉันอยากออกไปกินข้าวเย็นแล้ว แต่กระเป๋าตังค์ของฉันมันดันอันตรธานหายไปอย่างลึกลับเนี่ยสิ แล้วจากที่เห็นเมื่อกี้ ตรงอกเสื้อของเธอมีของที่คล้าย ๆ กระเป๋าของฉันอยู่นะ......มันหมายความว่ายังไงกันหา ?"

แล้วเจ้าสัตว์ร้ายก็อ้าปาก อันเต็มไปด้วยคมเขี้ยว....

"ไม่ ๆ ๆ ตอบฉันสิ"

เจ้าโง่

บทของนายต้องร้องว่า 'กรี๊ดดดดดดดดดด !?' ต่างหาก !

"ไม่เอาด้วยเฟ้ย ! เฮ่อ ช่างเถอะ ขอเอากระเป๋าตังค์ไปล่ะ......"

ย่ะ-หยุดนะ ! เจ้าสัตว์เดรัจฉาน ! คิดจะจับหน้าอกฉันงั้นเหรอ !?

"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะฟร้าาา !! "

หึ ๆ ก็มาช่วยฉันแต่งผลงานชิ้นโบว์แดงนี่ซะสิ

"......ไอ้ ผลงานชิ้นโบว์แดงที่ว่า อย่าบอกนะว่าหมายถึงไอ้นิทานห่วยแตก..................................................................................................................มะ ไม่ใช่ หมายถึงมันช่างเป็นผลงานที่วิเศษยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้นะ กระผมไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลยครับว่าเฟริสเป็นนักเขียนที่มีพรสวรรค์ถึงปาน นี้ จริงจริ๊ง เพราะงั้นได้โปรดขอให้กระผมได้มีส่วนร่วมช่วยแต่งผลงานชิ้นโบว์แดงนี่เถอะ ดังนั้นช่วยกรุณาเลิกบีบคอกระผมซะทีเถอะ................................"

และในชั่วขณะที่ฝูงสัตว์ร้ายจะเข้าขย้ำไลเนอร์นั้นเอง !

"ฉันจะตายคามือเธอก่อนสัตว์ร้ายจะขย้ำซะมาก....เปล่าจ้ะ โกหกจ้ะ ! แต่งจ้ะแต่ง ! ฉันจะช่วยเธอแต่งเอง ! ปะ-ปล่อยคอเหอะ !! นะ ได้โปรด !! จะ-จะให้กระผมทำอะไรบ้างครับ ท่านเฟริส !? เออ ใช่ ! จะให้รับบทลูกสาวใช่มั้ย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ใครก็ด้ายช่วยเดี๊ยนทีฮ่า"

หึ ๆ ก็เก่งนี่นา

"จะฆ่า......"

หือ ?

"เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไร แต่ ถามจริงเหอะ นี่มันอะไรกัน ? เธอจะเล่นแบบนี้อีกนานไหม ?"

อืม

ก็จนกว่าหนังสือเล่มนี้จะได้ตีพิมพ์ แล้วฉันได้นอนกินค่าลิขสิทธิ์ใช้ชีวิตในฝันแบบอู้ฟู่หรูหราก่อนนั่นแหละ

".......เอาอีกแล้วเรอะ.......เธอคิดจริง ๆ เรอะว่าเป็นไปได้ ?"

แน่นอน

"ว่าแต่ แล้วข้าวเย็นฉันล่ะ ?"

ไว้ฉันได้ค่าลิขสิทธิ์เมื่อไหร่ นายอยากกินอะไรฉันจะพาไปเลี้ยงเอง

"…....สรุปแล้ว ถ้าเอาตามที่เธอว่า คือต่อให้มีโอกาสหนึ่งในหมื่นที่หนังสือนี่จะได้ตีพิมพ์ และต่อให้มันเกิดขายได้สักเล่มจนเธอได้ค่าลิขสิทธิ์มา.... ฉันถึงได้กินข้าวเย็นสินะ.... ต้องใช้เวลาอีกกี่ปีก็ไม่รู้สิ....แต่-แต่จะพยายามมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนั้นแล้วกัน...."

แต่แล้ว ความหวังของสาวน้อยก็พังทลาย และเขี้ยวของเหล่าสัตว์ร้ายก็ใกล้จะขย้ำลงบนเนื้อนุ่ม ๆ ของเธอ !!

"……กรี๊ด~......ช่วยด้วยเค่อะ~......เฮ่อ......"

ทันใดนั้น !!

"หยุดนะ !"

เขาออกมาแล้ว !!

แล้วคุณลุงร้านดังโงะก็

"เดี๋ยวเซ่ เฟริส ก่อนนี้เธอบรรยายไว้ว่าลุงแกเปิดร้านน้ำชา ไม่ใช่ร้านดังโงะนิ ?"

หือ ? จริงอะ ?

"เออสิ ถ้าตั้งใจจะให้มันขายได้จริง ๆ ก็ต้องใส่ใจรายละเอียดพวกนี้ด้วยสิ"

ขะ-เข้าใจแล้ว

เอาล่ะ แล้วคุณลุงร้านน้ำชาก็......

"แล้วก็"

หือ ? อะไรอีกล่ะ ? ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญเลยนะ ?

"ก่อนเธอจะเลยไปถึงของเด็ดทั้งหลาย เธอต้องปูพื้นเรื่องให้แน่นก่อนสิ"

ปูพื้นเรื่องให้แน่นเหรอ ?

หมายความว่าไง ?

"อ่า ก็เช่น......สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการพรรณนาถึงตัวสัตว์ร้ายน่ะ ถ้าเธอไม่บรรยายว่าสัตว์ร้ายนี่มันน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน คนอ่านก็ไม่อินไปกับความกลัวของตัวละครหรอก จริงไหม ?"

อ้อ เข้าใจล่ะ

"แล้วก็ บทของลูกสาวกับคุณพ่อก็ยังไม่มีรายละเอียดอะไรเลย......ไม่สิ นี่เธอวางปูมหลังให้ตัวละครทุกตัวไว้เรียบร้อยแล้วหรือยังน่ะ ?"

วางปูมหลัง ? มีของแบบนั้นด้วยเหรอ ?

"อ่า ก็ไม่รู้สิ แต่รู้สึกเหมือนเคยอ่านเจอว่าควรจะต้องมีนะ...คือ ฉันเองก็ไม่ใช่นักเขียน พวกรายละเอียดก็รู้แค่คร่าว ๆ แหละ"

ไม่หรอก น่าประทับใจมากเลยล่ะ ไลเนอร์

งั้นเหรอ

งั้น มาวางปูมหลังกันเถอะ

ก่อนอื่นก็คุณลุง

คุณลุง : อายุสี่สิบสามหย่าขาดกับภรรยาเมื่อสิบปีก่อน ในตอนแรกที่ทั้งสองได้พบกันนั้น......

 

 "ไหงเขียนถึงคุณลุงก่อนล่ะ ? แล้วที่จริงก็ไม่ต้องแจกแจงชีวประวัติของลุงแกซะละเอียดขนาดนั้นหรอก"

อ้าว ? หรอกเหรอ ?

"เอ่อ ถ้าต่อไปลุงแกจะมีบทบาทสำคัญก็เป็นอีกเรื่องอะนะ... เขาจะมีบทไหมล่ะ ?"

ไม่มี

"งั้นก็ไม่ต้องแจงหรอก"

อืมมม

ยากเอาการนะเนี่ย

งั้น ฉันต้องทำยังไงต่อล่ะ ?

"อ่า~...... อืม สาวน้อยนั่นก็ดูเหมือนตัวประกอบ งั้นมาเน้นที่สัตว์ร้ายละกัน เธอนึกไว้ยังไงล่ะ ?"

เป็นสัตว์ร้ายบ้าคลั่ง ที่เป็นลูกน้องของราชาแห่งความมืด ผู้มาดหมายจะทำลายโลก !

"ได้อยู่ ได้อยู่ แล้วราชาแห่งความมืดล่ะเป็นยังไง ?"

แน่นอน ก็ไอ้ราชาชั่วช้าสามานย์แสนอำมหิตจอมข่มขู่ ชิออน อัสทาล ไง !

"หือ จริงดิ ? ไอ้วายร้ายน่ารังเกียจขี้จุ๊หาใดเสมอเหมือน ชิออน จ๊าดง่าวนั่น คือราชาแห่งความมืดเรอะ ?"

แหงอยู่แล้ว !

ถ้าได้ยินคำว่า 'ราชาแห่งความมืด' นายจะนึกถึงใครได้อีก เจ้าชิออน จ๊าดงั่ง ที่ข่มขู่จะทำลายร้านดังโงะมันต้องเป็นผู้บัญชาความชั่วร้ายทั้งปวงอยู่แน่นอน !

"จะ-จู่ ๆ ก็ไฟลุกพรึ่บพรั่บอยากเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาซะแล้วสิ !"

ว่าแล้วว่านายต้องพูดแบบนี้ สหายศึก !!

"โอเค ชักจะชินกับบทสนทนานี่แล้วล่ะ งั้นมาเริ่มเหยียดหยามเจ้าชิออน...เอ้ย แต่งนิยายเรื่องนี้กันเถอะ !"

ถ้างั้น หน้าตาสัตว์ร้ายตัวนี้

"คิดไว้แบบไหนล่ะ เฟริส ?"

เอาล่ะ ฉันจะวาดให้ดูนะ

ก่อนอื่นก็มีปีกค้างคาง 

"เธอนี่วาดรูปห่วยชะมัด"

ลำตัวด้านบนเป็นกอริลลา

"อืมม"

ลำตัวด้านล่างเป็นงู

"เจ๋ง"

หูหมู

"อ้ะ ไม่เลว ๆ"

และแน่นอนว่า หน้าเป็นชิออน

"น่ะ-นี่มันเจ๋งเป้ง ! อ๊า ขอแป๊บ......อ๊า ให้ตาย หัวเราะมากไป ปวดท้อง….. เออ เอาให้มันอึเรี่ยราดตรงนี้ด้วยสิ"

จะ-เจ๋งนี่นาไลเนอร์

 เอาล่ะ เอาแบบนี้แหละ ต่อ ๆ

"......อะ โอเค มะ-ไม่ไหวแล้ว......หัวเราะจะขาดใจตาย......"

ไลเนอร์จะขาดใจตายด้วยความหวาดกลัว แต่เจ้าสัตว์ร้ายยังคงใกล้เข้ามา ขณะที่ยังอึเรี่ยราดไปทั่ว !

" น่ากลัวเรอะ—!? "

ทันใดนั้น !

"ช้าก่อน !"

เขาออกมาแล้ว !!

ลุงเจ้าของร้านน้ำชาได้ยินเสียงนั้น และกล่าวว่า

"สะ-เสียงนั่น...อย่าบอกนะว่า...เขาปรากฏตัวแล้ว ! ผู้กล้าที่ถูกเล่าขานในตำนานได้ปรากฏตัวขึ้นมาช่วยเหลือพวกเราเหรอเนี่ยยย !!"

"น้ำเสียงตอนอธิบายนี่แบบว่าสุดยอดดด......เอ่อ...ช่างเหอะ"

แล้วคุณพ่อก็เห็น

ชายหนุ่มผู้หนึ่งควบม้าสีขาวปรากฏกายมาอย่างเจิดจรัส

ที่ห่อหุ้มร่างกายอันน่าเกรงขามนั้นคือเกราะของผู้กล้าและผ้าคลุมของผู้กล้า และดาบขนาดใหญ่ที่เอว

ใบหน้าของเขางดงามเสียจนทำให้โลกตกตะลึงงันและภูเขาไฟระเบิดได้

แค่มองปราดเดียวก็บอกได้เลยว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา

เขาเกิดมาโดยได้รับความรักทั้งหมดทั้งปวงจากเทพเจ้าแห่งความงาม

ใช่แล้ว เขาคือผู้กล้าในตำนานผู้ปกปักษ์พิทักษ์ความรัก สันติสุข และดังโงะ

"ทะ-ท่านเฟริส เอริส ผู้ยิ่งใหญ่มาช่วยพวกเราแล้ว !!"

"......อ้อ ตกลงเธอเป็นพระเอกสินะ......"

"ฮะ ฮะ ฮะ เมื่อเรามาถึงแล้วก็จงวางใจเถิด สาวน้อยร้านน้ำชาเอ๋ย เราจะช่วยเจ้าเดี๋ยวนี้ล่ะ !!"

แล้วเฟริสก็ควบม้า

พร้อมกับชักดาบ

แม้แต่ท่วงท่าเหล่านั้น ก็ยังงดงาม !

ผู้คนที่ได้เห็นต่างต้องลุ่มหลง แม้แต่เจ้าสัตว์ร้ายยังต้องศิโรราบต่อความงดงามอันเจิดจ้า

แล้วดาบก็แล่บ !

"ย่าห์ !"

พริบตานั้น สัตว์ร้ายก็สลายไป

"…...จะรวบรัดไปไหน......"

ผู้กล้าลงจากหลังม้า ใช้ผ้าคลุมห่อตัวไลเนอร์ที่โดนจับแก้ผ้าล่อนจ้อน

"ปลอดภัยหรือเปล่า แม่สาวน้อย ?"

แต่ไลเนอร์ไม่อาจเอ่ยตอบได้

เพราะเธอตกหลุมรักท่านผู้กล้าผู้งดงามเข้าเสียแล้ว

"หยะ-หยะแหยงน่า....อะไรยัยนี่จะใจง่ายปานนั้นถึงตกหลุมรักได้ในทันทีน่ะ ?"

"หืม ? มีอะไรเหรอ ? คนใจง่าย [ไลเนอร์] ?"

"เฮ้ย ? อย่าเขียนคำกำกับพิลึก ๆ ลงไปเซ่ !"

แต่ไลเนอร์ไม่อาจเอ่ยตอบได้

นี่เดี๊ยนจะทำยังไงกับความรู้สึกที่มีต่อท่านเฟริสผู้งดงามดีหนอ

เดี๊ยน...เดี๊ยนจะขอร่วมเดินทางไปกับเค้าเค่อะ !

ไลเนอร์กล่าวพร้อมกับหน้าแดง

"คือ ฉันว่าสาวน้อยร้านน้ำชาที่ไหนคงไม่ตามผู้กล้าไปผจญภัยด้วยหรอกนะ"

เธอก็โผกอดผู้กล้า โดยไม่แคร์ว่าตัวเองยังโป๊อยู่ !

"อินี่มันคาแรคเตอร์พรรค์ไหนฟะ !?"

"จะ…...จะทำอะไรน่ะ นังร่าน [ไลเนอร์] !"

"แล้วก็บอกให้เลิกใส่คำกำกับพิลึก ๆ ลงไปไงเล่า !!"

ทว่าเจตจำนงของสาวน้อยก็มั่นคง

ถึงจะถูกเรียกว่านังร่านเธอก็รับได้

แม้จะต้องถูกปฏิบัติใส่เยี่ยงทาสรับใช้หรือขยะ เธอก็ยังปรารถนาจะติดตามท่านผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่ไป

ดังนั้น ได้โปรดยกโทษให้หนูเถอะเค่อะท่านพ่อ !

"ตามสบายลูก ! ทำตัวเป็นประโยชน์กับท่านผู้กล้าเข้าไว้ล่ะ"

"……นี่มันโลกบ้าอะไรกัน......จนปัญญาจะรับมือกับเฟริสเวิลด์แล้ว…...ใครก็ได้มาหยุดที ขอร้องล่ะ......"

แล้วผู้กล้าก็พยักหน้าให้

"สบมยห. เราจะหยุดยั้งไม่ให้ความมืดแพร่กระจายไปทั่วโลกเอง วางใจเถิดท่านลุง และอย่าได้หยุดทำดังโงะอร่อย ๆ ออกมาล่ะ ! "

"ขอรับ ท่านผู้กล้า ! กระผ๊มมั่นใจว่าผู้กล้าที่ยิ่งใหญ่อย่างท่านต้องทำได้แน่"

"อา แต่ข้าต้องใช้ดาบของผู้กล้าในตำนานมากำหราบเจ้าจอมมารชิออน จ๊าดงั่งน่ะ..."

"โอ้ ในที่สุดก็กลับมาเป็นเรื่องแนวตำนานผู้กล้าบ้างแล้วสินะ ?"

หึ หึ เป็นไงล่ะ ?

ผู้กล้ากล่าวต่อ

"ท่านลุง แล้วท่านลุงพอจะนึกอะไรออกบ้างไหม ?"

ว่าแล้วคุณพ่อเจ้าของร้านน้ำชาก็กอดอกและครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วเงยหน้าขึ้นมา

"เหมือนว่าข้าจะเคยได้ยินอะไรทำนองนั้นมาก่อนนะ ลึกเข้าไปในป่าทางเหนือน่ะ..."

"โอ้ววว เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ถึงเรื่องที่คุณลุงร้านน้ำชาดันรู้ว่าดาบในตำนานอยู่ที่ไหนมันจะขัดใจก็เหอะ แต่ก็......"

"ในถ้ำที่อยู่หลังน้ำตกขนาดใหญ่"

"เวิร์ค ๆ มีถ้ำ [ดันเจี้ยน] สักแห่งสองแห่งนี่แหละ ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแนวนี้"

"ในร้านดังโงะที่เปิดให้บริการอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำ"

"......เดี๋ยว เดี๋ยว ๆ ฉันว่าบทสนทนามันชักจะแหม่ง ๆ แล้ว......"

"รู้สึกว่าดาบในตำนานนั่นจะถูกส่งมอบให้เจ้าแห่งดังโงะรุ่นแล้วรุ่นเล่าสืบทอดกันมาน่ะ"

"..................เอ่อ..............เอาเหอะ.........ตามใจเธอ...."

ตอนนั้นเอง ไลเนอร์ก็ร้องขึ้นอย่างตกใจ

"……...."

ตอนนั้นเอง ไลเนอร์ก็ร้องขึ้นอย่างตกใจ

"หือ ? ทำไมเขียนประโยคเดิมซ้ำสองครั้งล่ะ......อ้ะ จะบอกว่าฉันต้องพูดประโยคของตัวเองเหรอ เอ่อ...อือ....เอาไงดีหว่า.....

ทะ-ท่านพ่อ !? แต่ว่าถ้ำนั่นมีพวกมอนสเตอร์สุดป่าเถื่อนอาศัยอยู่เต็มไปหมดเลยนะเจ้าเคอะ ! ถึงท่านผู้กล้าจะได้รับพรจากเทพเจ้า แต่ที่นั่นมันก็.............................หือ เฟริส ? ทำไมมองหน้าฉันอย่างตกใจอย่างนั้นล่ะ ? "

น่ะ-นายก็แต่งเก่งนี่นา

"……......เอ่อ เธอว่าไอ้แบบเนี้ย ถือว่าเก่งงั้นเหรอ......อย่าบอกนะว่านี่เธอพยายามเขียนนิยายอยู่จริง ๆ ไม่ใช่แค่เล่นสนุ............เดี๋ยว ทำไมทำท่าเหมือนจะร้องไห้ล่ะ !? อ่า ฉัน-ฉันว่านิยายเธอใช้ได้เลยนะ !"

จะ-จริงเหรอ ?

"น่ะ-แน่นอน ! ฉันว่ามันสนุกมากเลย ต้องกลายเป็นหนังสือขายดีแน่ ๆ !"

ใช่ม้า !

ว่าแล้วเชียว

ฉันคิดอยู่เสมอเลยล่ะว่าตัวเองต้องแต่งได้เริ่ดแน่ ๆ หลังจากอ่านนิยายมาตั้งเยอะแยะ

หึ หึ หึ 

เอ้า ไลเนอร์ อย่ามัวแต่เฉื่อยสิ

เราจะแต่งต่อกันแล้วนะ

"อ่า-อือ"

ผู้กล้ายิ้มอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยมเฉกเช่นทุกทีและกล่าวว่า

"อย่ากังวลไป ถ้ำใด ๆ ก็เป็นเพียงของเด็กเล่นสำหรับเรา !"

"......กรี๊ด~......"

"ไม่ว่าจะมีสัตว์ร้ายแบบใดโผล่มา เราจะไม่ยอมให้มันแตะต้องเจ้าได้แม้แต่ปลายเล็บ!"

"…....กร๊าด~......"

"มาเถิด ไลเนอร์ ! ไปหาดาบในตำนานนั่นกัน !!"

"…….เจ้าเค่อะ....กระซิก"

หือ ? ไอ้ 'กระซิก' นั่นอะไร ?

"……ห๊ะ ? อ่า ฉันจะสื่อว่าเป็นปลื้มขนาดไหนที่มีโอกาสได้ร่วมทางไปกับผู้กล้า นี่เป็นน้ำตาแห่งความยินดีน่ะ"

โฮ่ เจ๋งนี่นา !

เอาล่ะ ! ไปได้สวย !

ต่อกันเถอะ

".....อือ"

"ไปกันเถอะ !"

"………...โอ้~ กระซิก"

 

และแล้วการผจญภัยของผู้กล้าเฟริส และชีเปลือยไลเนอร์......

"เดี๋ยวก่อน นี่ฉันยังโป๊อยู่อีกเรอะ !?"

ก็เริ่มต้นขึ้น !

"เมินกันอีกแล้วเรอะ ? ถามจริง ? เรื่องนี้มันจะเดินหน้าไปทั้งที่ชียังโป๊อยู่แบบนี้เนี่ยนะ ?" 

 

ตอน 2

 

"เฮ้ย จู่ ๆ ก็ขึ้นตอน 2 !?"

จากตอนนั้นเวลาผ่านมานานแค่ไหนแล้วหนอ ?

"เอ่อ แค่ไหนก็ช่างมันเถอะ แต่ทำไมเราไม่หยุดไว้แค่นี้ก่อนแล้วไปหาข้าวเย็นกิน......"

หลังจากเดินทางออกจากร้านน้ำชามาได้หลายเดือน

แต่ถึงกระนั้น เงื้อมมืออันชั่วร้ายของราชาแห่งความมืดก็ยังคงกัดกร่อนโลกใบนี้

โลก ถูกกลบฝังด้วยความมืดมิดนิรกาล และเสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมาน และโหยหวนและ เอ่อ อะไรเถือก ๆ นั้นแหละ ช่างเหอะ คือมันอันตรายขึ้นทุกทีก็แล้วกัน !

"...........เออ เออ พอพยายามเขียนรูปประโยคยาก ๆ ซับซ้อนก็หลบตาฉันเลยนะ รีบ ๆ เขียนต่อเถอะ"

เหลือเวลาอีกไม่มาก ก่อนที่โลกจะพบกับหายนะ

ไม่มีเวลาแล้ว

ใช่ ไม่มีเวลาแล้ว !

"......อย่างน้อยขอเวลากินข้าวเย็นก่อนได้ไหม......"

"ไม่ เมื่อคิดว่ามีผู้คนมากมายแค่ไหนกำลังกรีดร้องอย่างเจ็บปวดขณะที่เรากำลังกิน เราก็ทนกินไม่ลง"

"...คือฟังดูพิลึก ๆ อะ ไม่เห็นเข้าใจเลย"

แล้วตอนนั้นเอง ผู้กล้าเฟริสก็มองไปรอบ ๆ 

หิมะกำลังตกลงมา และอากาศก็หนาวเหน็บมากจนบาดเนื้อ

พวกเขาอยู่ในป่าทางเหนือของชายแดนทวีป

อากาศหนาวอย่างโหดร้าย

เขาห่อตัวที่เกือบจะแข็งจากความหนาว และหันกลับไป

แล้วมองที่ไลเนอร์อย่างกังวล นางกำลังก้าวเดินอย่างกระตือรือร้นถึงแม้ว่าขาจะไม่มีเรี่ยวแรง

"เป็นอะไรหรือเปล่า ไลเนอร์ ?"

"……..."

"เป็นอะไรหรือเปล่า ไลเนอร์ ?"

"………..........อ้ะ ถึงบทฉันอีกแล้วเหรอ ?"

"อะฮะ ๆ เด็กคนนี้พิลึกจริง ที่นี่นอกจากเรากับเจ้าแล้ว ก็ไม่มีใครนี่นา"

"…….อ่า เดี๊ยนไม่เป็นไรหรอกเค่อะ ท่านผู้กล้า"

แต่ผู้กล้ามองไลเนอร์อย่างไม่เชื่อถือ

"แต่หิมะกำลังตกหนักนะ ? พอเหอะ ไปหาเสื้อผ้ามาใส่ได้แล้ว"

"เฮ้ย !? นี่ชียังแก้ผ้าอยู่อีกเรอะ !? หัวแม่นี่มันแปลก ๆ นะ ! หัวแม่นี่ต้องมีอะไรแปลก ๆ แน่ ๆ !"

มีอะไรแปลก ๆ ในหัวของเดี๊ยน......

ถึงทุกคนจะพูดอย่างนั้น

แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก

คนอื่นจะมองเดี๊ยนยังไงเดี๊ยนก็ไม่แคร์หรอก

ถ้าเดี๊ยนทำให้ท่านผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่จ้องมองร่างอันเปลือยเปล่าของเดี๊ยนได้นานขึ้นสักวินาทีเดียว เดี๊ยนก็ยินดี

และภายใต้สายตาของท่าน ร่างกายเดี๊ยนจะร้อนรุ่ม......ร้อนพอจะหลอมละลายหิมะทั้งหมดของแดนเหนือได้เลยล่ะเค่อะ

ดังนั้น ท่านผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่ ได้โปรดมองเดี๊ยนอีกหน่อยสิเคอะ !!

ไลเนอร์กล่าวแก้มแดง แล้วเริ่มเกลือกกลิ้งไปบนหิมะ

แล้วเฟริสก็หัวเราะ

"ฮะ ๆ ๆ เจ้ายังร่านเหมือนเดิมนะ ไลเนอร์"

"ช่วยด้วยเค่อะ ! ใครก็ได้ช่วยเดี๊ยนที ! จิตใจของเดี๊ยนคงจะวิปลาสไปซะแล้ว !!"

ไลเนอร์ร้องขณะกลิ้งเกลือกไปมาบนหิมะทั้งที่โป๊อยู่ ช่างวิตถารอะไรอย่างนี้

"…................อ่ะ อั่ก......นี่มันนิยายบ้าอะไร ? ได้บอบช้ำทางจิตใจไปชั่วชีวิตแน่ตู"

ช่างปะไรสิ

"ช่างปะไรฉันเลยเรอะ !?"

ทั้งสองพบน้ำตกที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า

ไลเนอร์มองไปแล้วกล่าวว่า

ท่านผู้กล้า เดี๊ยนอยากอาบน้ำน่ะเค่อะ

"ไม่พูด ฉันไม่พูดแน่ ถ้ากระเสือกตัวลงไปในน้ำตกกลางหิมะแบบนี้ ได้ตายแหงแซะ"

แต่ระหว่างการเดินทางอันยาวนาน ร่างกายเดี๊ยนก็ซกมกเหมือนผ่านนรกมา ถ้าต้องเผยเรือนร่างเช่นนี้ เดี๊ยนขอตายดีกว่า ! ไลเนอร์คิด

"……ฉันไม่ปลื้มไอ้ท่อนบรรยาย 'ซามกเหมือนผ่านนรกมา' นี่อะ"

แต่เฟริสส่ายหัวตอบ และดึงร่างของเธอเข้ามาหาเขา

"อย่ากังวลเลยไลเนอร์ จะอยู่ในสภาพไหนเจ้าก็สวยอยู่แล้ว "

ต๊าย  

"ไอ้ฉากเลิฟซีนที่จู่ ๆ ก็โผล่มานี่อะไร ? แล้วไอ้ กับ เนี่ยมันน่าขยะแขยงนะ"

แล้ว เฟริสก็จ้องมองไลเนอร์ และพูดว่า

"เรารักเจ้านะ ไลเนอร์"

"............"

"เรารักเจ้านะ ไลเนอร์"

".................."

"เรารักเจ้านะ ไลเนอร์"

"หืออออออออออ !? นี่ฉันต้องเขียนตอบไปเหรอออออ !?"

"เรารักเจ้านะ ไลเนอร์"

"ไม่ปลื้มอะ ไม่ปลื้มอย่างแรง"

"เรารักเจ้านะ ไลเนอร์"

"…...อ่า…...ก็ได้ เข้าใจแล้ว…...เอ่อ…..."

"เรารักเจ้านะ ไลเนอร์"

"อ่า เค่อะ เดี๊ยนก็รักท่านเหมือนกันเค่อะ ท่านเฟริส"

"แต่เรื่องหื่นกามเนี่ย ขอเถอะนะ"

"ขอฆ่าไอ้บ้านี่ได้มั้ยยยยยยย !!"

ถึงแม้ว่าท่านผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่จะตัดสัมพันธ์อย่างป่าเถื่อนกับเดี๊ยนที่กรีดร้องและร่ำไห้ ก็ไม่เป็นไรเค่อะ

ไป ๆ มา ๆ เดี๊ยนชักติดใจเวลาถูกเหยียดหยามแบบนี้เข้าแล้วสิเคอะ

"ตูจะหื่นไปไหม !?"

ปล่อยไลเนอร์ที่กำลังร่ำไห้อย่างตื้นตันไปก่อน.. จู่ ๆ มันก็เกิดขึ้น

"คำว่า 'ร่ำไห้อย่างตื้นตัน' เขาไม่ได้ใช้กันแบบนั้น !"

ทันใดนั้นก็มีสัตว์ร้ายหนึ่งตัวโผล่มาจากน้ำตก

"คริ ฮี่ ๆ ๆ ๆ ! ตายซะเถอะ ! เจ้าผู้กล้า !"

มันเขวี้ยงหอกในมือออกมา !

แต่เพราะมีนังร่านก่อเหตุพิสดารสารพัดอยู่เบื้องหน้า ท่านผู้กล้าเฟริสจึงมองไม่เห็น !

ท่านผู้กล้าแย่แล้ว !!

"......คือ ฉันไม่ปลื้มต้นเหตุที่นำไปสู่สถานการณ์ตึงเครียดกระทันหันนี่อะ.....ไอ้ 'ก่อเหตุพิสดารสารพัดอยู่เบื้องหน้า' เนี่ย ?......เฮ้อ...... ช่างเหอะ......"

หอกคำรามลั่น

เฟริสหันไปในทันควันและพยายามหลบ

"อึ่ก แย่แล้ว..."

แต่หอกพุ่งมาอย่างเร็ว

หลบไม่พ้นแน่

ตายแน่

เขาคิดเช่นนั้น

แต่ตอนนั้นเอง

อันตรายเค่อะ ท่านผู้กล้าาาาาาาาาาาาาาา !

"….นั่นฉันเรอะ ? อย่าบอกนะว่าฉันจะไปกันไอ้หมอนั่น ?"

ไลเนอร์โดดเข้าไปขวางเบื้องหน้าผู้กล้าทั้งที่ยังโป๊

ทันใดนั้น

หอกก็ทะลวงเข้าที่ท้องของไลเนอร์

"หวา ตายยัง ? ซี๊แหงแก๋แล้วใช่มั้ย ? ตะกี้ ! "

มันฉีกเนื้อนุ่ม ๆ ของเธอ

ทะลวงเครื่องในออกมา

"ดะ-เดี๋ยว จำเป็นต้องพรรณนาให้ละเอียดขนาดนั้นด้วยเหรอ ?"

แถมมันยังเสียบทะลุเครื่องใน...ท้อง ลำไส้ แม้แต่หัวใจ

"แว๊กกกกกกกกก กุโระ ! กุโระเกินไปแล้ว !!"

หอกทะลุออกมาที่หลังของเธอ

และแล้ว ไลเนอร์ก็ล้มลงกับพื้น

เธอบาดเจ็บสาหัสใกล้ตาย

"ไม่ ต้องตายคาที่สิ ! มองยังไงก็ตายคาที่ชัด ๆ !?"

ผู้กล้าตัวสั่นเทิ้มขณะจ้องมองเธอ

"บะ-บังอาจมาทำแบบนี้กับนังร่าน [ไลเนอร์] ของข้า !!"

"เฮ้ยยยย ไอ้คำกำกับนั่นมันผิดที่ผิดทางมาก ๆ เลยนะแม่คุณ....อา....หมดอารมณ์จะคอยแย้งแล้ววุ้ย...."

แล้วเจ้าสัตว์ร้ายก็หมอบราบคาบแก้วภายใต้สายตาคุ้มคลั่งของผู้กล้าเฟริส

"…..หมอบราบคาบแก้ว...."

เจ้าสัตว์ร้ายพูดด้วยเสียงสั่นเทา

"วะ-วะ......ไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ......"

ทว่าความกราดเกรี้ยวของผู้กล้าไม่อาจบรรเทาลงได้

"อภัย-ให้-ไม่-ได้ !!"

เจ้าสัตว์ร้ายพยายามหนี

แต่เฟริสยกมือขึ้น จากนั้น

"ผู้กล้าบีม !!"

ทันใดนั้น สายรุ้งก็พุ่งออกจากตาของผู้กล้าไปแผดเผาเจ้าสัตว์ร้าย

"ไม่ได้พุ่งออกจากมือ !? แต่พุ่งออกจากตาเรอะ ? แล้วเธอจะยกมือขึ้นมาเพื่อ !?"

"อ๊ากกกกกกกกกกกก แพ้แหล่ว !!"

 

 โครม บึ้ม

 

และแล้ว ความยุติธรรมก็เป็นฝ่ายชนะ

"…...อย่าบอกนะว่า เมื่อกี้คือเสียงระเบิด ?"

"ฮึ โง่จริง ไปกันต่อเถอะ"

เขากล่าว แล้วทั้งสองก็เคลื่อนต่อไปในส่วนลึกของถ้ำ.....

"เดี๋ยวววววววว เดี๋ยวสิ ! เฮ้ย ตะกี้ฉันเพิ่งตายไปไม่ใช่เรอะ ? แล้วไอ้ทั้งสองนี่อะไร ?"

แล้วไลเนอร์ ที่ถึงแม้จะไส้ไหลกระจายเต็มพื้น ก็ติดตามผู้กล้าไปด้วยพลังใจล้วน ๆ

"ไม่ ๆ ๆ อย่าแถแบบนี้ !! แบบนี้ขืนเด็ก ๆ อ่านนิทานพรรค์นี้ ได้ร้องไห้กันพอดี !?"

ถึงไลเนอร์จะพูดทั้งน้ำตาก็มิบังเกิดผล แล้วการเดินทางอันยากเข็ญก็ดำเนินไป

ไลเนอร์มองไปรอบถ้ำอันมืดมืด และพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

"ท่านผู้กล้าเคอะ…... เดี๊ยนกลัวความมืดอะเค่อะ…..."

เฟริสมองเด็กสาวที่ตัวสั่นเทาราวสัตว์ตัวน้อยน่าทะนุถนอม แล้วกล่าวอย่างอ่อนโยน

"ไม่เป็นไรหรอก เราว่าเจ้าที่ไส้ไหลเรี่ยราดยังน่ากลัวกว่าอีก "

"ก็นั่นแหละที่ฉันคิด ! ในที่สุดเราก็คิดอะไรตรงกันซะที !!"

"เอาล่ะ ก่อนที่เจ้าจะเน่าไปทั้งตัว เราไปกันต่อเถอะ"

"ก็บอกว่า มันน่ากลัวไง….กระซิก"

"แต่อย่างว่าล่ะ...เจ้าเองก็เหมือนกับเจ้าชิออน จ๊าดง่าวนั่นแหละ วิปลาสน่ารังเกียจตั้งแต่ตอนที่เกิดมาแล้ว อะฮะฮะ" 

"……เอาเข้าไป นี่เธอเป็นใครกันฮึ......คิดจะทำอะไรก็ทำตามใจเลยนะ หา......"

ระหว่างที่กำลังเถียงกัน ทั้งสองก็มาถึงจุดที่ลึกที่สุดของถ้ำ

และพบกับร้านดังโงะ พอเฟริสมาถึงทางเข้า ชายสูงวัยผู้หนึ่งก็ออกมาจากข้างใน

"กำลังรออยู่เลยขอรับ ท่านเฟริส กับ...…"

ทันใดนั้น ชายชราก็หันมาหาไลเนอร์ และทำหน้าราวกับจะร้องไห้

"ลูกสาวข้า"

"ลุงร้านน้ำชาจากตอนแรกเรอะ !?"

"เชิญขอรับเชิญ เดินทางมาคงเหนื่อยสินะขอรับท่านผู้กล้า เชิญเข้ามาเลยขอรับ เอ้า ไลเนอร์ เลิกทำไส้ไหลเรี่ยราดแล้วรินน้ำชาให้ท่านเฟริสซะสิ ! "

"…....…..เจ้าเค่อะ ได้เค่อะ ขอโทษนะเคอะที่หนูทำไส้เรี่ยราด…...ฮือ"

แล้วทั้งสามก็นั่งดื่มชากันสักพัก ดื่มด่ำกับความยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง

มีน้ำชาเลิศรส และดังโงะสามจาน

จานแรกคือดังโงะถั่วแดง

จานที่สองคือดังโงะสามสี......

"จำเป็นต้องสาธยายรายละเอียดของดังโงะด้วยเหรอ ?"

สิ้นคำนั้น คุณพ่อเจ้าของร้านน้ำชาก็จ้องไลเนอร์เขม็ง

"นังลูกโง่ ไม่รู้เรอะว่านี่ล่ะจุดไคลแมกซ์ของเรื่อง"

"อะไรน้าาาาาาาาาาาาา !?"

"ให้ตายสิ เหลาะแหละสิ้นดี ถ้าเจ้าไม่เข้าใจก็เก็บไส้เข้าพุงแล้วหุบปากเสียดีกว่า แค่นี้เจ้าก็เหม็นคาวปลาจะตายอยู่แล้ว มาก่อเรื่องอัปยศต่อหน้าท่านผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่ซะได้... "

"ห๊าาาาาาาาาาา คาวปลา ? ไหนว่าฉันกำลังเน่าไง !?"

แต่เฟริสพูดขัดผู้เป็นพ่อ

"ไม่เอาน่าท่าน อย่าโกรธนางเลย นางก็เหม็นคาวปลาแบบนี้ตลอดตั้งแต่เกิดนั่นแหละ"

"ก็บอกแล้วไงว่าอย่าแถแบบนี้ !!"

ไลเนอร์ร่ำไห้อย่างตื้นตัน.... 

"แล้วเขาก็ไม่ใช้คำว่า 'ร่ำไห้อย่างตื้นตัน' กันแบบนั้น !"

เฟริสและคุณพ่อเจ้าของร้านน้ำชามองเด็กสาวที่กำลังพูดจาเลอะเลือนอย่างมีความสุข แล้วยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนพลางพยักหน้าให้

"ฉันถูกสมเพชเรอะ ? ฉันถูกสมเพชอยู่งั้นเรอะ !?"

ทว่า ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขก็ไม่อาจคงอยู่ได้ตลอดไป

โลกกำลังประสบวิกฤต

ไม่มีเวลาแล้ว

เฟริสกล่าวด้วยสีหน้าขึงขัง

"ท่านลุง ถึงเวลาที่เราต้องเข้าเรื่องแล้วล่ะ"

ชายชราพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน

แล้วเขาก็หยิบดาบเล่มหนึ่งมาจากในร้าน

"นี่ล่ะขอรับ ดาบในตำนานที่สืบทอดกันมาในตระกูลเรารุ่นแล้วรุ่นเล่า"

เขากล่าวและนำดาบมาให้เฟริสดู

ทว่า ดูอย่างไรมันก็ไม่เหมือนดาบในตำนานเอาซะเลย

ฝักดาบที่ทำจากไม้มีรอยแตกร้าวและฝุ่นจับหนา เมื่อชักดาบออกมา ก็เห็นแต่สนิมเกาะทั่วไปหมด

"อ้อ...แสดง ว่าเธอรู้สูตรสำเร็จของเรื่องแนวเทพนิยายจริง ๆ สินะเฟริส... เรื่องพรรค์นี้ก็มีอยู่บ่อย ๆ ดาบในตำนานหักยับเยิน ถ้ายังไม่ได้รับพรจากเทพเจ้า ไม่ก็ลมหายใจของมังกร มันก็จะไม่คืนสภาพกลับมาแข็งแกร่ง... กะจะเดินเรื่องไปทำนองนั้นสินะ ?"

แล้วชายชราก็ตอบ

"ใช่ เรื่องมันก็ทำนองนั้นแหละ"

"อย่าตัดช่องน้อยเอาดื้อ ๆ เซ่ !" 

"เอาเป็นต้องใช้ลมหายใจของมังกรก็แล้วกัน"

" ก็บอกสถานที่มาซะเซ่"

".........งั้นเอาเป็นต้องชุบดาบลงในเพลิงของมังกรไฟ ที่อาศัยอยู่ในภูเขาทางทิศตะวันออกอันห่างไกล ดาบถึงฟื้นคืนสภาพดีไหม ?"

"ทำไมมาถามฉันเล่า... เฮ้อ เอาเหอะก็ดูเป็นเรื่องแนวนี้ดี อ้อ แล้วก็ หนนี้ไม่เอาร้านดังโงะแล้วนะ"

"ได้เลย"

"แล้วไหงลุงแกเป็นคนตอบล่ะ ?"

แล้วทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังสุดขอบตะวันออก

"โอ้ เดินเรื่องต่ออย่างไว"

ระหว่างทาง

เมื่อพวกเขาพบกับร้านดังโงะข้างทาง และยื่นดาบในตำนานให้กับเจ้าของร้าน ดาบก็คืนสภาพมาส่องประกายอีกครั้ง แล้วผู้กล้าก็กล่าวอย่างพึงพอใจว่า

"ฟู่ ทีนี้ก็ไม่ต้องไปหามังกรเพลิงแล้ว......"

"เฮ้ย !? ไหงงั้น !?"

ผู้กล้ามองไลเนอร์ แล้วกล่าวด้วยสีหน้าขึงขัง

"ขอโทษนะ ไลเนอร์...เราเหนื่อยแล้วล่ะ"

"หือ ? เหนื่อย ? เหนื่อยอะไร ?"

"ไม่รู้เหรอ ?"

"คือ ถ้าฉันเดาออกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในมิติเฟริสคู่ขนานนี้ล่ะก็ คงเข้าโรงพยาบาลไปแล้วล่ะ…. ช่างเหอะ ว่าแต่เธอเหนื่อยอะไร ?"

"หืม ก็ออกจะชัดนี่ ?"

"ชัด… ? ก็อะไรล่ะ ?"

"เหนื่อยจะแต่งเรื่องนี้ต่อแล้วน่ะ"

"......พ่ะ พูดง่ายนี่…...เธอลากฉันมาเอี่ยวด้วย แล้วตอนนี้จะถอนตัวเนี่ยนะ......"

ก็ฉันเหนื่อยแล้วนี่นา

"ถึงจะพูดซ้ำสัก….เออ ช่างเถอะ งั้น อยากจะทำอะไรล่ะ ?"

ไปทานข้าวเย็นกันเถอะ

"แล้วนิยายนี่ล่ะ ?"

 

 

 

ตอนนั้นเอง !!

ราชาปีศาจ ชิออน จ๊าดง่าว ที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง ก็ป่วยเป็นไข้หวัดที่มีฤทธิ์กับคนโง่เท่านั้น และล้มตายไปเพราะว่ามันเป็นไอ้โง่

มันตายกระทันหัน

แล้วโลกก็พลันสงบสุข

 

อวสาน

 

 

♦♦♦♦

 

 

ทันทีที่อ่านหนังสือพรรค์นี้จบ

"…...อั่ก !"

ชิออนพ่นลมหายใจ แทบกระอั่กออกมาเป็นเลือด

แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ละม้ายใกล้ตายเต็มแก่

"……จะ…...จะให้ทำยังไงกับชีวิตดี ?"

ต้องสาป

ต้องสาป

ต้องสาป

คำสาปที่น่ากลัวที่สุดในสามโลกถูกร่ายใส่หนังสือเล่มนี้

ราวกับโลกนี้กำลังเสื่อมสลาย เน่าเหม็นและผุพังลงโดยมีหนังสือนี่เป็นศูนย์กลาง

เขารู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังถูกสูบออกจากร่าง

ทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว ก็แค่อยากจบวันนี้ไปอย่างชิว ๆ แต่ไอ้หนังสือต้องสาปนี่ก็ทำลายมันจนพินาศ

ถ้าอ่าน ถึงตาย

ทั้งที่รู้ แต่ก็ยัง…...

"…...นี่ฉันอ่านมันจนจบไปเพื่อ…...?"

ทั้งที่เราก็ยุ่งจะตายอยู่แล้วแท้ ๆ…...

ชิออนสาปส่งตัวเองที่ดันงี่เง่า

 

 

แล้วเขาก็สังเกตเห็นเศษกระดาษแผ่นหนึ่งถูกเสียบไว้ที่หน้าสุดท้ายของหนังสือ

"หือ ? อะไรน่ะ ?"

เขาดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมา และอ่านเนื้อความ

มีคำพวกนี้ถูกเขียนไว้

 

 

ถึงหัวหน้ากองบรรณาธิการ ชิออน จ๊าดง่าว

ฉันมั่นใจว่าป่านนี้นายคงนั่งร้องไห้ตัวสั่นอย่างซาบซึ้งที่เป็นคนแรกที่มีวาสนาได้อ่านสุดยอดผลงานชิ้นโบว์แดงแห่งศตวรรษนี้อยู่สินะ

นายอยากให้ใครสักคนได้อ่านผลงานชิ้นโบว์แดงนี่เร็ว ๆ ไม่สิ นายอยากให้ทุกคนในโลกได้อ่านมัน

จงพิมพ์แล้วเอามันไปวางขายซะ ! จะสั่งให้ลูกน้องนายเอาไปพิมพ์ซะก็ได้นะ

ฉันกลั้นยิ้มไม่อยู่เลยล่ะพอนึกถึงสีหน้าเป็นปลื้มของนายเมื่อเวลานั้นมาถึง

แต่ก็เข้าใจความตื่นเต้นของนายหรอก

หนังสือเล่มนี้ขายดีแน่

รับรองว่ากลายเป็นของฮิตติดกระแส ขายได้เป็นร้อยล้านพันล้าน

หลังจากอ่านหลังสือเล่มนี้จบ โลกจะซาบซึ้งจนร้องไห้เป็นสายน้ำแล้วยอมทำลายอาวุธที่มีอยู่ทั้งหมดลง

หนังสือเล่มนี้เล่มเดียวจะนำสันติสุขมาสู่โลก

ยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ !

อย่างกับตำนานของผู้กล้าที่ใช้โครงเรื่องของยุคใหม่ !

แน่นอนว่าผู้กล้าคือฉัน 

นายไม่คิดเหรอว่า นี่ล่ะคือตำนานผู้กล้าที่แท้จริง หึ หึ ๆ

 

ดังนั้น จงเอามันออกวางขายให้เร็วที่สุดล่ะ

ส่วนค่าลิขสิทธิ์ก็โอนให้ผู้แต่ง เฟริส เอริส กับ ไลเนอร์ ลูท ซะ 

 

สุดยอดนักประพันธ์ เฟริส เอริส

นักเขียนผู้เก่งกาจ ไลเนอร์ ลูท

 

"อ่า ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ !"

ชิออนได้แต่หัวเราะต่อหน้าจดหมาย

 

 

จากตอนนั้นเวลาผ่านมานานแค่ไหนแล้วหนอ ?

ไลเนอร์ ลูท กับเฟริส เอริส เดินอยู่ในเมือง

ไลเนอร์มองไปยังสาวสวยผมทองที่อยู่ข้าง ๆ เขาด้วยดวงตาง่วงซึม

"นี่ เฟริส.....ถึงจะเดินมาร้านหนังสือทุกวันก็ไม่มีประโยชน์หรอกน่า"

ถึงกระนั้น เธอก็หันดวงตาอันงดงามที่มีอารมณ์เพียงน้อยนิดมาทางไลเนอร์

"หมายความว่ายังไงไม่มีประโยชน์ ! สักวันผลงานชิ้นเอกของเราอาจจะได้ตีพิมพ์นะ ? นายไม่อยากได้ร่วมรับรู้ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์รึไง !"

แต่ไลเนอร์ถอนใจเฮือก

"แต่ฉันไม่คิดว่าของพรรค์นั้นจะได้พิมพ์หรอก.....ต่อให้เจ้าชิออนหาทางพิมพ์ให้ ได้ มันก็คงขายอยู่แค่ในโรแลนด์นั่นแหละ คงไม่มาวางขายถึงอิเอดหรอก"

แต่เฟริสไม่ย่อท้อ

"เจ้าโง่ ผลงานชิ้นโบว์แดงแบบนั้นต้องดังอยู่แล้ว ป่านนี้มันต้องขายได้เป็นหมื่นล้านเล่มแล้วล่ะ ! ที่จริงโลกทั้งใบน่าจะจมอยู่ใต้หนังสือนี่ด้วยซ้ำ"

ไลเนอร์มองเธอเพราะคำพูดประโยคนั้น

"……......ถ้าเธอเชื่อว่างั้นจริง......ประชากรโลกครึ่งนึงคงเห็นว่าเธอน่ารักดีนะ......ส่วนอีกครึ่ง......คงแนะนำให้ไปเช็คสมอง......"

" เออ ก่อนอื่นชีวิตนายอวสานลงที่ตรงนี้แหละ......"

"เปล่า ๆ ๆ ฉันอยู่ครึ่งที่เห็นว่าเธอน่ารักนะ จริง ๆ แว๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !"

ไลเนอร์ถูกซัดลอยไปยังร้านหนังสือที่พวกเขาทั้งคู่แวะมาด้อม ๆ มอง ๆ ระหว่างสองสามวันนี้

ร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในเมืองที่ไลเนอร์กับเฟริสอยู่

มีกระดานข่าวตั้งไว้ที่หน้าร้าน

"หือ ? อะไรน่ะ ?"

ไลเนอร์อ่านกระดานข่าวขณะกลิ้งโคโร่อยู่กับพื้น

และมีคำเหล่านี้ถูกเขียนไว้บนกระดาน

 

'หนังสือขายดีจากโรแลนด์ มาถึงที่นี่แล้ว !'

 

ใต้กระดานข่าวมีหนังสืออยู่ 2 เล่ม หนังสือปกแดงกับปกเขียว......อันที่จริงมีหนังสือภาพนี่ถูกเรียงสูงอยู่เป็น ภูเขาทีเดียว และมันก็กำลังขายดีมาก ๆ 

และมีคำแบบนี้ถูกเขียนไว้ที่ด้านข้างของกระดานข่าว

ผู้แต่ง ไลเนอร์ ลูท

ผู้แต่ง เฟริส เอริส

 

"เฮ้ย จริงดิ ? มะ-มันได้พิมพ์จริง ๆ เรอะ !? แถมยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า !? ฮะ-เฮ้ เฟริส ! เฟริส ๆ ๆ !"

"หุบปาก ฉันจะจบชีวิตนายเดี๋ยวนี้ล่ะ ไม่นานเกินรอหรอก"

"ไม่ใช่ ! หนังสือ ! หนังสือ ! มันได้พิมพ์แล้วนะ !!"

ไลเนอร์พูดแล้วชี้ไปที่กองภูเขาหนังสือ เฟริสที่เพิ่งเดินมาถึงก็หันไปและ...

เบิ่งตากว้าง

"…...จะ-จริงด้วย"

ดวงตาที่ไร้อารมณ์เป็นนิจของเธอ รู้สึกว่ามันส่องประกายขึ้นเล็กน้อยด้วยร่องรอยความยินดี......

อา เรื่องนั้นในตอนนี้จะเป็นยังไงก็ช่างมันเถอะ

ไลเนอร์ยืนขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ

"นี่เรา-นี่เรา-นี่เราเป็นเศรษฐีกันแล้วใช่ไหม ?"

"แหงสิ ก็ขายได้เป็นร้อยล้านเลยนี่นา ?"

ไม่ขนาดนั้นหรอก ไลเนอร์อยากพูดขัด แต่เฟริสดูท่าทางดีใจมาก เขาเลยหวนกลับมาคิดว่า ถ้าหากยังสอใส่เกือกเข้าไปตอนนี้คงโดนอัดกระเด็นเป็นแน่ แล้วไลเนอร์ก็พูดว่า

"ชะ-ช่างเถอะ ไปซื้อกันก่อนดีกว่า !" 

แล้วพวกเขาก็ซื้อหนังสือมา

แต่ทั้งสองก็รู้สึกตงิดใจกับบางอย่าง

อย่างแรก ก็ที่มีหนังสืออยู่ 2 เล่ม ปกแดง กับปกเขียว

และผู้แต่งหนังสือปกเขียวนั้นก็คือไลเนอร์ ลูท ขณะที่ผู้แต่งของหนังสือปกแดงก็คือเฟริส เอริส

แต่มันแปลก ๆ นะ

ไลเนอร์แค่รับบทเป็นสาวน้อยร้านน้ำชา แค่นั้นมันมากพอจะแยกขายเป็นเล่มเลยเหรอ ?

แล้วยัง

ตอนที่ซื้อหนังสือสองเล่มนี้มา พวกเขาเห็นคำโปรยหัวที่ถูกเขียนไว้บนกระดานข่าวว่า

 

'โด่งดังมากในหมู่พ่อแม่ที่มีลูกเป็นเด็กจอมสร้างปัญหา'

'ได้รับการโหวตเป็นอันดับหนึ่งโดยเด็ก ๆ'

'สุดยอดหนังสือสอนใจเด็ก'

 

จะประโยคไหน ประโยคไหน ก็มีแต่คำว่าเด็กถูกย้ำซ้ำ ๆ......

"ฉันว่าเนื้อหาในเล่มมันไม่น่าทำให้เด็ก ๆ ยิ้มได้เลยนะ......ที่จริงน่าจะร้องไห้ซะมากกว่า......"

ไลเนอร์เอียงหัว แต่เฟริสยิ้ม

"หึ ๆ นายไม่รู้อะไรซะแล้ว เด็กสมัยนี้โตไวจะตาย เลยชอบเรื่องที่เล่าอย่างสมจริงสมจังมากกว่าไง"

"'งั้นเองเหรอ ?"

"อืม งั้นแหละ"

เพราะเฟริสพยักหน้าอย่างสุดแสนมั่นใจ เขาจึงรู้สึกอย่างนั้น

เอาเป็นว่า

เฟริสก็ซื้อหนังสือมา และเปิดมันอ่านที่นอกร้านหนังสือนั่นเอง

ผู้แต่ง : เฟริส เอริส ถูกเขียนอยู่บนหนังสือปกแดง

เธอเปิดหนังสือ

ส่วนไลเนอร์ก็แอบมองอยู่ข้าง ๆ เธอ

และแล้ว..เรื่องราวในหนังสือภาพก็ถูกเผยออกมา พร้อมด้วยรูปวาดแสนน่ารัก

 

♦♦♦♦♦

 

'ความล้มเหลวขององค์หญิงจอมตะกละ'

 

ณ สถานที่หนึ่ง มีเด็กหญิงชื่อเฟริสจังอาศัยอยู่

(ภาพเด็กผู้หญิงน่ารักผมสีทอง)

 

เธอชอบดังโงะ เธอชอบ ๆ ๆ ดังโงะเอามาก ๆ จนระงับตัวเองไม่ไหว

(ภาพเฟริสจังน้ำลายไหลขณะจ้องดังโงะ)

 

เธอกินดังโงะทุกวัน

(ภาพเฟริสจังกินแต่ดังโงะอย่างเดียว)

 

กินแต่ดังโงะเท่านั้น

(ภาพเฟริสจังกินดังโงะอย่างบ้าคลั่ง)

 

ถึงคุณแม่จะโมโห แต่หนูก็จะกินแต่ดังโงะ!

(ภาพเฟริสจังผ่ายผอมลงทุกวัน ๆ น่าจะเพราะทานอาหารไม่ครบหมู่)

 

โอ้ย ทรมานจัง แต่ดังโงะมันอร่อยนี่นา

(เฟริสจังไม่ยอมเลิกกินดังโงะ แม้ใกล้จะตายเต็มแก่)

 

ทันใดนั้นเทพเจ้าแห่งดังโงะก็พิโรธ "ข้าไม่ชอบเด็กดื้ออย่างเจ้า !"

(ภาพเฟริสจังถูกซัดกระเด็น)

 

และแล้ว เฟริสจังจอมตะกละก็ตายไปทั้งที่ยังสาว เพราะทำให้เทพเจ้าแห่งดังโงะพิโรธ

(ภาพวาระสุดท้ายอันน่าเศร้าของเฟริสจัง)

 

 

อวสาน

 

♦♦♦♦♦

 

"นี่มันน่ากลัวกว่าหนังสือที่พวกเราแต่งอี๊กกกกกกกกกกกกก แล้วทำไมมันขายดีนักล่ะ !? ไม่สิ ขายของพรรค์นี้ให้เด็กมันจะดีเรอะ ?"

ไลเนอร์ตะโกน

แต่เฟริสในขณะนั้นไร้การตอบสนอง

ร่างของเธอเพียงแค่สั่นเทา

"ทะ-ทะ-ทะ-เทพเจ้าแห่งดังโงะโกรธฉันแล้ว......จะ-จะ-จะ-จะทำยังไงดี......"

"ทะ-ทำใจดี ๆ ไว้ นี่มันเป็นแค่หนังสือนิทานนะ ! เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเฉย ๆ !!"

"ม่ายยยยยยยยยยยยยย"

น้ำเสียงเฟริสตื่นกลัวอย่างมาก ไลเนอร์ตกใจกับปฏิกริยาของเธอ

ตอนนี้จะพูดอะไรไป เธอก็ไม่รับรู้แล้ว

แต่เขาเข้าใจความรู้สึกเธอนะ

เนื้อหาน่าขนลุก ภาพประกอบก็น่าขนลุก

ที่ยิ่งทำให้น่ากลัวหนักข้อ ก็เพราะมันดูเหมือนหนังสือนิทาน

"ชะ-ชิออน ไอ้เวรเอ๊ย ทำเรื่องน่ารังเกียจอีกแล้วนะแก..."

ตอนนั้นเอง 

ก็มีเสียงแกร๊บใต้ฝ่าเท้าเขา

ไลเนอร์มองลงไปยังที่มาของเสียง ตรงนั้นมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่ม 

ใช่แล้ว

หนังสือปกเขียวที่หล่นจากมือเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

"อึ่ก......"

ไลเนอร์อดครางออกมาไม่ได้

"….ฉะ-ฉันไม่อ่านหรอกน่า...."

ภาพบนปกดูน่ารัก

"….มะ-ไม่สนด้วยว่าเนื้อหาเป็นยังไง !"

ผู้แต่ง : ไลเนอร์ ลูท

"…...เฮอะ ! เจ้าชิออนเป็นคนแต่งก็ต้องออกมาน่าเบื่ออยู่แล้ว ไม่เห็นต้องอ่านเลย อา เสียเงินเปล่าชะมัด ไม่น่าซื้อมาเลย......"

ไลเนอร์พูด ขณะเก็บหนังสือขึ้นมา

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยากอ่าน....

ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ทั้งรู้ว่าอ่านแล้วต้องรู้สึกแย่แน่ ๆ....

ความอยากรู้อยากเห็นก็เป็นฝ่ายชนะ !?

 

แล้วนิทานก็เริ่มขึ้น

 

 

♦♦♦♦♦

 

'เรื่องราวของเด็กขี้เซา'

 

 

ณ สถานที่หนึ่ง มีเด็กชายชี่อไลเนอร์คุงอาศัยอยู่

(ภาพเด็กผู้ชายผมดำท่าทางขี้เกียจ)

 

เขาชอบการนอนมาก เขาชอบ ๆ ๆ การนอนเอามากจนระงับตัวเองไม่ไหว 

(ภาพไลเนอร์คุงกระโดดขึ้นบนเตียง)

 

เขานอนมันทุกวันทุกวัน

(ภาพไลเนอร์คุงหลับต่อไปอย่างมุ่งมั่น)

 

ตอนเช้าก็ไม่ยอมตื่น ข้าวก็ไม่กิน โรงเรียนก็ไม่ไป งานก็ไม่ทำ นอนกลางวันสุดยอด !

(ภาพไลเนอร์คุงที่ยังหลับต่อถึงแม้จะตกลงจากเตียง)

 

ถึงคุณแม่จะโมโห แต่มันง่วงนี่นา

(ไลเนอร์คุงเริ่มผ่ายผอมลงทุกวัน ๆ เพราะขาดสารอาหาร)

 

โอ้ย ทรมานจัง แต่ไม่อยากตื่นอะ

(ไลเนอร์คุงยังนอนต่อไป แม้ใกล้จะตายเต็มแก่)

 

ไลเนอร์คุงใกล้จะขาดใจ แต่ก่อนที่จะตาย ปีศาจชิออน จ๊าดง่าว ก็ปรากฏกายขึ้น !

(ภาพ ปีศาจชิออนปรากฏตัวต่อหน้าไลเนอร์ที่ขยับไม่ได้เพราะกำลังจะหิวตาย แสงสว่างที่อยู่ด้านหลังชิออนดูน่าหมั่นไส้มาก เพราะทำให้หมอนั่นดูเหมือนพระเจ้า)

 

ถึงแม้เขาจะขยับตัวไม่ได้เพราะใกล้ตาย ปีศาจชิออนก็ยังบังคับให้ไลเนอร์คุงทำงาน เอ้าทำงานเข้า ให้มากขึ้น มากขึ้นอีก ห้ามหลับห้ามนอนไปสองพันชั่วโมง

(ภาพไลเนอร์คุงที่ถูกใช้งานทั้งที่ยังผอมเหมือนโครงกระดูกตั้งแต่คอลงไป)

 

จากนั้นไม่นาน ไลเนอร์คุงจอมขี้เซาที่ไม่รู้จักขยับตัวตอนสุขภาพยังแข็งแรง ก็ตายไปทั้งที่ยังหนุ่ม

(ภาพวาระสุดท้ายอันน่าเศร้าของไลเนอร์คุง และปีศาจชิออนที่หัวเราะขณะกำลังกินเขา)

 

 

อวสาน

 

♦♦♦♦♦

 

"ม่ายยยยยยยยยยยยย มะ-มะ-มะ-มันเอาจริงใช่มั้ย !? จะ-จะ-จะ-จะ-เจ้านั่นจะโขกสับฉันทำงานจนกว่าจะตายเลยเรอะ !? แล้วจะกินจนเหลือแต่กระดูกด้วย !? ทะ-ทะ-ทะ-ทำยังไงดีล่ะ เฟริส !?"

ไลเนอร์พูดใกล้ปล่อยโฮ

แต่เฟริสตอบมาแค่คำเดียว

"ม่ายยยยยยยยยยยยยยย"

"ม่ายยยยยยยยยยยยยยย"

 

จริงสิ 

ปล่อยคนที่กำลังตัวสั่นงันงกคู่นั้นไปก่อน หนังสือสองเล่มนี้ยังคงขายได้มากขึ้นเรื่อย ๆ 

ไม่ได้ขายได้เป็นพันล้าน......แต่ก็ขายได้เป็นล้าน 

มันฮิตถล่มทลาย

และค่าลิขสิทธิ์ทั้งหมด ก็ตกเป็นของศิลปินผู้วาดภาพประกอบแสนสวยให้ แม่หนูอิริส เอริส... สรุปแล้ว สองคนนั้นก็ไม่รู้เลยว่าเงินทั้งหมด ก็เข้ากระเป๋าน้องสาวของเฟริสไปนั่นแหละ

 

 

(หนังสือต้องห้าม : จบ)

 

Comment

Comment:

Tweet