denyuden

สวัสดีค่า 
บทที่ 4 เรายังแปลไม่ครบบท เลยยังไม่ได้เอามาลงที่นี่นะคะ
เนื่องจากบทนี้ยาว เลยแบ่งครึ่งลงที่อื่นไปก่อน
เพราะเราอยากลงในบล็อกตูมเดียวเลยมากกว่า แต่กลัวว่าใครที่รออ่านอยู่จะรอนานเกินไป
เลยนำ Url ของนิยายท่อนแรกมาลงค่ะ
นิยายบทที่ 4 ครึ่งแรก
 
แล้วก็แถมมังงะเรื่อง Owari no Seraph ซึ่งเป็นคนแต่งเรื่องคนเดียวกับเดนยูเดนด้วยค่ะ 
 
อยากได้คำวิจารณ์เรื่องสำนวนการแปลนะคะ 
ไม่ว่าจะติหรือชม เรารับหมดค่ะ 
เพื่อนำมาพัฒนาการแปลให้ดีขึ้นค่ะ 
 

 

Sion Note เล่มที่ 5
 
เรื่อง ทาคายะ คางามิ
ภาพ ซาโอริ โทโยตะ (ไม่เอาภาพมาลงนะคะ ใครอยากเห็นไปส่องกระทู้ที่พันทิปแทนนะคะ)
แปล ซาคุรัมโบ
เบต้า คายา ไอ

 

 

บทที่ 2 : เรื่องราวของปีศาจขี้เหงา——

 

 

ไม่รู้จะเกิดมาเพื่ออะไร

 

ไม่รู้จะเกิดมาเพื่ออะไร

 

ไม่รู้จะเกิดมาเพื่ออะไร

"........"

ความคิดนั้นล่องลอยอยู่ในหัวเขา

เป็นความคิดเดียวที่ล่องลอยอยู่ในหัวของเขา

 

ที่ที่เขาอยู่นั้นไร้สีสัน

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสีเทา

ไม่มีทิวทัศน์ กลิ่นหรือเสียงอันใด เป็นเพียงที่ที่ปกคลุมไปด้วยสีเทา

และเขาก็เกิดมาที่นั่น

เขาเกิดมาในที่ที่นอกจากตัวเขาแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสีเทา

และในห้วงสีเทานั้น

".......เฮ้อ"

เขาพึมพำ

แต่ก็ไม่มีเสียงออกมา

มีเพียงข้อมูลปรากฏอยู่ในหัว บอกว่าตัวเองพึมพำว่า 'เฮ้อ'

ไม่มีเสียงออกมา

ไม่มีลมหายใจเล็ดลอดมาจากปากนั้นด้วย

บรรยากาศไม่สั่นสะเทือน และทุกอย่างที่เขาทำนั้น ดูเหมือนจะไร้ความหมาย มันไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อโลกเลย

ถึงกระนั้น เขาก็มีความรู้เกี่ยวกับโลก

มีอากาศอยู่ในโลก

มีสีสันอยู่ในโลก

มีเสียงอยู่ในโลก

มีทิวทัศน์ที่งดงามอย่างมากแผ่ขยายอยู่ ซึ่งไม่ใช่ในสถานที่ที่ตัวเองอาศัยอยู่ เพราะอะไรก็ไม่รู้ เขาถึงมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้นอยู่

ถึงแม้จะไม่เคยเห็นมัน

ถึงแม้จะไม่เคยสัมผัสมัน

"......แต่เราจินตนาการได้นะ"

เขากล่าว

'ปีศาจขี้เหงา' [ไลเนอร์ เอริส รี้ด] พึมพำกับตัวเอง

แม้กระทั่งชื่อ เขาก็ตั้งเอง

ปีศาจขี้เหงา

อสูรกายขี้เหงา

ต่อให้ บอกว่าตัวเอง 'ขี้เหงา' คำพูดของเขาก็ส่งไปไม่ถึงใคร

ดังนั้น เขาจึงคิดว่า

ดังนั้น ไลเนอร์จึงคิดว่า

"......เราเกิดมาทำไมนะ ?"

เขาพึมพำด้วยใบหน้าสิ้นหวัง

และเงยใบหน้าที่งดงามขึ้น

แหงนใบหน้าที่ดูเซื่องซึม เบื่อหน่าย และอ้างว้าง

ดังคาด ที่เห็นอยู่เบื้องหน้าก็คือสีเทา

สุดลูกหูลูกตาที่เห็น ทัศนวิสัยของเขาถูกเติมเต็มไปด้วยสีเทา

เขายืนอยู่ตามลำพัง

ไม่มีอะไรที่ควรทำ

ไม่มีใครเรียกหา

เขาแค่ถูกวางไว้ตรงนั้น

เขาก็แค่อยู่ตรงนั้น

เขาอยู่ตามลำพังโดยหาความหมายหรือเหตุผลของการเกิดมาไม่พบ

"เพื่ออะไร......"

และยังคงตั้งคำถาม

"เรามีตัวตนอยู่เพื่ออะไรนะ......"

ใช่แล้ว เขายังคงตั้งคำถาม

บางคราว ก็รู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้

ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้นขึ้นมาก็ไม่รู้

ทั้งที่ตั้งแต่เกิดมาก็อยู่คนเดียว ทำไมความรู้สึกเหงาถึงมีอยู่ในตัวเองก็ไม่รู้

แม้ว่าในอกจะเจ็บปวดเหลือเกิน เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าจะรู้สึกเหงาไปเพื่ออะไร

แต่มีอย่างหนึ่งที่แน่ใจ ว่าความรู้สึกของเขาถูกห่อหุ้มด้วยความเหงา

คงไม่เกินไปนักถ้าจะบอกว่านั่นคือความรู้สึกเดียวที่เขามีอยู่ในหัวใจ

เขายกมือขึ้น มองที่ฝ่ามือแล้วใช้มือกุมอกเอาไว้

กุมอกที่ยังคงเจ็บปวด

และ

"......เหงาจัง"

กระซิบออกมา

"แต่ทำไมถึงเหงาก็ไม่รู้สิ"

เขากระซิบ

"ความรู้สึกนี้มีอยู่เพื่ออะไรนะ ? มีความหมายอะไรไหมนะ ?"

เขาพูดและเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

ข้างหน้าเขาไม่มีอะไรเลย ถึงกระนั้นเขาก็ยังมองไปยังขี้เถ้าเหล่านั้น

"......ถ้ามีความหมายอะไรจริง ๆ ล่ะก็ เรายังทนได้นะ ถ้าความเหงานี่มีความหมายอะไรสักอย่าง เราจะทนไปอีกสักพัก......แต่ถ้าไม่มีความหมายอะไรเลยล่ะก็......"

ถ้าการมีอยู่ของเขาไม่มีความหมายอะไรเลยล่ะก็

"เราก็อยากจะหายไปซะ"

ไลเนอร์พูด

"ทรมานจัง"

ด้วยใบหน้าที่เกือบจะร้องไห้

"......ทรมานจัง"

เขาพูด

เขาเบิ่งตากว้าง

ทันใดนั้นก็รู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งที่เปียกปอนหล่นลงมาจากดวงตา

และ

"......อ๊ะ"

 เขาเปล่งเสียงเบา ๆ ไม่มีเสียงออกมา มันถูกสีเทาที่โอบล้อมโลกสูบไป แต่เขาก็เปล่งเสียงเบา ๆ อีก

"อ๊ะ"

เขาเปล่งเสียงออกมา

และพูดว่า

"น้ำตานี่"

เขาพูด อย่างประหลาดใจ

เขารู้ว่านั่นคือน้ำตา

และนี่เป็นครั้งแรกที่มีน้ำตาไหลออกมา

เป็นสิ่งที่ไหลออกมาเมื่อโศกเศร้า

เป็นสิ่งที่ไหลออกมาเมื่อโดดเดี่ยว

เป็นสิ่งที่ไหลออกมาเมื่อดีใจ ทำไมเขาถึงรู้เรื่องพวกนี้นะ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มันไหลออกมา

ดังนั้นไลเนอร์จึงประหลาดใจ จากนั้นก็รีบใช้มือกดมันเอาไว้

น้ำตาไหลออกมาจากตาซ้าย

เขาจึงเอามือซ้ายไว้ตรงนั้น และ

"......อยู่นี่นะ"

เขาพึมพำ

เขาเสกเวทไปที่นิ้ว

แล้วมันก็กลายเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

รอยสักรูปหยดน้ำตาได้ถูกสลักไว้ใต้ตาซ้ายของเขาทันที

รูปทรงหยดน้ำตา

หลักฐานว่าครั้งหนึ่งเขาเคยร้องไห้ได้ถูกสลักเอาไว้

น้ำตาจะมีความหมายอย่างไรนั้น เขาไม่รู้หรอก แต่เขาก็ให้ความสำคัญกับมัน

เขาให้ความสำคัญกับสิ่งใดก็ตามที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกอันคงที่นี้

"............"

และถ้ามีใครมาที่นี่ล่ะก็

ถ้าการคงอยู่ของเขามีความหมายอยู่จริง และมีใครสักคนมาหาเขาที่นี่ล่ะก็

เขาคงจะได้บอกคนพวกนั้น

ในสถานที่นี้

ในสถานที่อันว่างเปล่าที่ถูกกลบฝังไปด้วยความโดดเดี่ยว

ว่าเขา

"............"

ว่าเขาเหงาเสมอมา รอยรูปหยดน้ำตาอาจจ